สารจากประธานกรรมการบริษัท

เรียน ท่านผู้ถือหุ้นทุกท่าน

ปี 2567 ที่ผ่านมานับเป็นช่วงเวลาที่ท้าทายสำหรับ บริษัท สากล เอนเนอยี จำกัด (มหาชน) “บริษัท” ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงทางธุรกิจและสภาพเศรษฐกิจที่ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมพลังงานของประเทศ รวมถึงปริมาณการใช้ก๊าซธรรมชาติสำหรับยานยนต์ซึ่งส่งผลให้ในปี2567 บริษัทตกลงข้อเสนอการยกเลิกสัญญาบรรจุก๊าซของธุรกิจสถานีก๊าซธรรมชาติหลักโดยเอกชน สาขาปทุมธานี ซึ่งเคยเป็นหนึ่งในธุรกิจหลักของบริษัท บริษัทปรับตัวและวางกลยุทธ์ใหม่เพื่อสร้างเสถียรภาพและความยั่งยืนในระยะยาว ด้วยแนวคิดที่มุ่งเน้นการพัฒนาและสร้างมูลค่าเพิ่มจากธุรกิจที่มีศักยภาพ บริษัทได้ขยายการลงทุนเข้าสู่ธุรกิจบริหารจัดการของเสีย ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมที่เติบโตอย่างต่อเนื่องและตอบโจทย์แนวโน้มการพัฒนาที่ยั่งยืนของโลก

จากประสบการณ์ในการดำเนินธุรกิจด้านพลังงานสะอาดและธุรกิจบริหารจัดการของเสียของบริษัท ซึ่งดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องในนามของบริษัท เอ็น15 เทคโนโลยี จำกัด ที่ดำเนินการบริหารจัดการของเสีย ด้วยการนำขยะมาผลิตเป็นเชื้อเพลิงขยะ RDF โดยภายหลังจากนี้บริษัทจะมุ่งสู่ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการของเสียครบวงจร (Total Waste Management) เพื่อตอบสนองความต้องการของอุตสาหกรรมที่ให้ความสำคัญกับการลดของเสีย (Waste Reduction), การนำกลับมาใช้ใหม่ (Recycling), และการจัดการของเสียอย่างยั่งยืน (Sustainable Waste Management) ซึ่งไม่เพียงช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม แต่ยังช่วยสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ให้กับบริษัท

บริษัทได้ลงทุนพัฒนาเทคโนโลยีในการจัดการของเสียอย่างมีประสิทธิภาพ ตั้งแต่ การรับบริหารจัดการของเสียที่ไม่เป็นอันตราย การคัดแยก การแปรรูป ตลอดจนการเปลี่ยนของเสียให้เป็นพลังงาน และจำหน่ายให้ลูกค้าผู้ที่สามารถนำเชื้อเพลิงขยะ RDF กลับมาใช้ให้เกิดประโยชน์ ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด โมเดลธุรกิจนี้ไม่เพียงช่วยให้บริษัทสามารถสร้างรายได้ที่มั่นคงในระยะยาว แต่ยังตอบสนองต่อเป้าหมายการพัฒนา เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) และการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Greenhouse Gases) อีกด้วย

ที่ผ่านมาบริษัทตระหนักดีว่าการเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนนั้นต้องอยู่บนพื้นฐานของ หลักธรรมาภิบาล (Good Governance) และ บรรษัทภิบาล (Corporate Governance) ที่ดี เราจึงให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจอย่างโปร่งใส มีความรับผิดชอบ และตรวจสอบได้ โดยมุ่งเน้นไปที่หลักสำคัญ ดังต่อไปนี้

1. ความโปร่งใสและความรับผิดชอบ โดยบริษัทดำเนินธุรกิจภายใต้กรอบกฎหมายและมาตรฐานสากล พร้อมทั้งเปิดเผยข้อมูลที่สำคัญต่อผู้ถือหุ้น และผู้มีส่วนได้เสียอย่างตรงไปตรงมา

2. การบริหารความเสี่ยงและการกำกับดูแลกิจการ บริษัทได้เสริมสร้างกระบวนการบริหารความเสี่ยงที่ครอบคลุม เพื่อลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ เทคโนโลยี และกฎระเบียบต่าง ๆ

3. ความยั่งยืนและความรับผิดชอบต่อสังคม โดยนอกเหนือจากผลประกอบการทางธุรกิจ บริษัทยังให้ความสำคัญกับความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม โดยเร่งพัฒนานโยบายด้าน ESG (Environmental, Social, and Governance) เพื่อให้มั่นใจว่าการดำเนินงานของเราส่งเสริมความยั่งยืนในทุกมิติ

แม้ว่าการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้จะเป็นความท้าทายครั้งสำคัญ แต่ด้วยศักยภาพของบริษัท ความร่วมมือของพนักงาน คู่ค้า และผู้ถือหุ้นทุกท่าน เรามั่นใจว่าจะสามารถก้าวข้ามอุปสรรคและสร้างโอกาสใหม่ ๆ ได้อย่างมั่นคง บริษัทจะยังคงมุ่งมั่นในการพัฒนาธุรกิจด้านการจัดการของเสียอย่างครบวงจรต่อไป โดยพัฒนาธุรกิจด้วยความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และดำเนินธุรกิจด้วยจรรยาบรรณที่ดีเพื่อให้บริษัทเติบโตอย่างแข็งแกร่งและเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนสังคมสู่อนาคตที่ยั่งยืน

ในโอกาสนี้ ผมขอขอบคุณคณะกรรมการ ผู้บริหาร พนักงาน ผู้ถือหุ้น และผู้มีส่วนได้เสียทุกท่าน ที่ให้การสนับสนุนและไว้วางใจบริษัทเสมอมา เราจะยังคงมุ่งมั่นพัฒนาและสร้างคุณค่าให้กับทุกภาคส่วนอย่างต่อเนื่อง

 

 

ศาสตราจารย์กิตติคุณ  ดร.ดิเรก  ลาวัณย์ศิริ
ประธานกรรมการบริษัท