สารจากประธานเจ้าหน้าที่บริหาร

เรียน ท่านผู้ถือหุ้นทุกท่าน

ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณท่านผู้ถือหุ้นทุกท่านที่ติดตาม SKE มาโดยตลอด วันนี้ SKE ของเราเดินทางมากว่า 4 ปีเต็มจากวันที่ได้เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และในช่วงที่ผ่านมานั้นบนเส้นทางที่ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ ทั่วทั้งโลกและประเทศไทยต้องเผชิญกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 กว่า 2 ปีนั้น บริษัทได้ปรับตัวอยู่ตลอดทั้งในส่วนขององค์กร และส่วนของธุรกิจ สิ่งหนึ่งที่เป็นเหตุการณ์สำคัญของบริษัทในปี 2564 ที่ผ่านมาคือการที่บริษัทตอบรับข้อเสนอการยกเลิกสัญญาบรรจุก๊าซธรรมชาติสำหรับยานยนต์ (NGV) ที่สถานที่บ้านนา-แก่งคอย จังหวัดสระบุรี โดยคณะกรรมการบริษัทได้พิจารณาในรายละเอียดอย่างรอบคอบถี่ถ้วนและตัดสินใจมีมติให้รับข้อเสนอดังกล่าว ซึ่งรายละเอียดของการได้รับค่าชดเชยตามสัญญาที่เหลืออยู่นั้นได้แจ้งและเปิดเผยต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และผู้เกี่ยวข้องไปก่อนหน้านี้แล้ว การพบกับความเปลี่ยนแปลงในเรื่องธุรกิจ NGV ซึ่งเป็นธุรกิจหลัก เป็นสิ่งที่เราประเมินสถานการณ์ คาดการณ์และเตรียมตัวล่วงหน้าไว้แล้ว จะเห็นได้ว่าสัดส่วนรายได้ของบริษัทได้เปลี่ยนแปลงไปตั้งแต่ปี 2563 โดยในปี 2563 นั้นรายได้จากธุรกิจ NGV คิดเป็น 37.79% ของรายได้รวม และปี 2564 รายได้จากธุรกิจ NGV คิดเป็น 25.54% ของรายได้รวม ซึ่งการลดลงของรายได้ในส่วนธุรกิจ NGV นั้นถูกทดแทนด้วยรายได้จากธุรกิจโรงไฟฟ้าไบโอแมสที่มีสัดส่วนรายได้คิดเป็น 47.82% ในปี 2563 และ 56.41% ในปี 2564 ในตลอดช่วงเวลา 4 ปีที่ผ่านมา บริษัทได้พบกับความท้าทายใหม่ๆ มากมาย ตั้งแต่การวางแผนรับมือกับธุรกิจหลักที่อยู่ในช่วงขาลง (Sunset business) บริษัทมีรายได้ลดลงจากธุรกิจ NGV แต่ยังรักษามาตรฐานในการบริหารจัดการไว้ได้โดยบริษัทยังรักษาอัตรากำไรขั้นต้น (Gross profit) ได้อยู่ในระดับไม่ต่ำกว่า 30% ตลอดช่วงระยะเวลา 5 ปีหลัง โดยธุรกิจโรงไฟฟ้าที่มีประสิทธิภาพในการผลิตและจำหน่ายไฟฟ้ามีค่าความพร้อมจ่ายไฟฟ้ากว่า 95% ตลอดทั้งปี 2564 ได้สร้างเสถียรภาพและความมั่นคงให้กับ SKE เป็นอย่างมากในช่วงที่สถานการณ์เศรษฐกิจและสังคมทั่วโลกยากลำบากและผันผวนมากที่สุด นอกจากนี้อีกหนึ่งในเหตุการณ์สำคัญของบริษัทในปี 2564 คือบริษัทได้เข้าลงทุนในหุ้นและกิจการของ บริษัท เอ็น15 เทคโนโลยี จำกัด ในสัดส่วน 99% ซึ่งบริษัท เอ็น15 เทคโนโลยี จำกัด ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับการกำจัดขยะและแปรรูปเป็นเชื้อเพลิง และภายหลังจากการเข้าซื้อ N15 ได้ลงนามในสัญญาซื้อขายเชื้อเพลิง RDF (Refuse derive fuel) กับบริษัท เอส ซี ไอ อีโค่ เซอร์วิสเซส จำกัด (รวมถึงบริษัทในเครือ) ปีละประมาณ 130,000 ตัน เป็นระยะ 4 ปี และสามารถต่อสัญญาได้อีกครั้งละ 2 ปี คิดเป็นมูลค่าสัญญากว่า 1,000 ล้านบาท โดยจะเริ่มรับรู้รายได้ช่วงไตรมาส 1 ของปี 2566 และจะส่งผลให้บริษัทเติบโตไปตามแผนธุรกิจที่จะมีรายได้แตะระดับ 1,000 ล้านบาทต่อปี และคาดว่าจะสามารถสร้างผลกำไรที่มากขึ้นจนแตะระดับเดียวกับที่เคยทำได้ในช่วงก่อนจดทะเบียนเข้าตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย หวังว่าสิ่งเหล่านี้คงจะสร้างความมั่นใจและสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ถือหุ้นทุกท่านและคงจะมีผลให้สถานะของ SKE เป็นที่น่าสนใจของนักลงทุน

สุดท้ายนี้ในนามของคณะกรรมการบริหารขอขอบคุณลูกค้า ผู้ถือหุ้น พันธมิตรทางธุรกิจ และผู้มีอุปการะคุณทุกภาคส่วนที่ได้ร่วมมือติดตามเรามาโดยตลอด สิ่งที่พวกเรายึดมั่นในการบริหารจัดการธุรกิจ คือการทำงานด้วยความมุ่งมั่นมีเป้าหมายชัดเจนด้วยธรรมาภิบาลและรักษาผลประโยชน์ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกท่าน SKE มีแผนธุรกิจและปรับตัวเองให้ทันต่อเหตุการณ์อยู่เสมอ ขอให้ท่านมองถึงความตั้งใจของเราจะที่ผลักดันให้ SKE เดินหน้าต่อไปด้วยความมั่นคงและยั่งยืนตลอดไป สวัสดีครับ

 

 

นายชัชชัย สุเมธโชติเมธา
ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร