สารจากประธานเจ้าหน้าที่บริหาร

เรียน ท่านผู้ถือหุ้น

ผลประกอบการของบริษัท สากล เอนเนอยี จำกัด (มหาชน) หรือ SKE ในปี 2563 ที่ผ่านมานั้นสะท้อนให้เห็นถึงความพร้อมขององค์กรในการจัดการสถานการณ์ในช่วงเวลาวิกฤตเป็นอย่างดี ในช่วงของการ Lockdown ระหว่างเดือนกุมภาพันธ์-เดือนเมษายน 2563 บริษัทปรับเปลี่ยนการทำงานจากสำนักงานเป็นรูปแบบ work from home เป็นเวลากว่า 2 เดือน โดยได้ปรับปรุงกระบวนการทำงานให้สอดคล้องกับรูปแบบการทำงาน work from เพื่อให้สามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างต่อเนื่องตามแผนงาน การบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ (Business Continuity Plan : BCP) ในส่วนของฝ่ายจัดการ (โรงงานม, โรงไฟฟ้า) บริษัทได้ออกระเบียบปฏิบัติในการเข้าปฏิบัติงานของพนักงาน และการเข้าพื้นที่ของผู้มาติดต่ออย่างเข้มงวดและเคร่งครัด มีการคัดกรองและสอบประวัติการเดินทางในช่วงเวลาดังกล่าว ไม่ปรากฏว่ามีบุคลากร พนักงาน หรือผู้มาติดต่อติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 19 (covid-19) โดยการทำงานของฝ่ายปฏิบัติการสามารถดำเนินการได้ตามเป้าหมายแผนงานตลอดทั้งปี

ผลการดำเนินงานปี 2563 นั้นจะเห็นได้ว่าบริษัทโตขึ้นทั้งในส่วนของรายได้และกำไร โดยจะเห็นได้ว่าสัดส่วนของที่มารายได้เปลี่ยนแปลงไป โดยแบ่งเป็นรายได้จากการขายไฟฟ้า 54% รายได้จากการบรรจุก๊าซ NGV 45% และรายได้ของการขายก๊าซ CBG อยู่ที่ 3% ซึ่งการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงสถานการณ์ของธุรกิจแต่ละประเภทซึ่งทำให้บริษัทได้นำข้อมูลดังกล่าวมาวิเคราะห์และกำหนดแนวทางในการดำเนินธุรกิจของบริษัทในปี 2564 อย่างไรก็ดีธุรกิจการบรรจุก๊าซ NGV ถึงแม้จะได้รับผลกระทบโดยตรงจากสภาวะเศรษฐกิจถดถอยจากภาคธุรกิจท่องเที่ยวและภาคส่งออกจนทำให้ปริมาณการใช้เชื้อเพลิงในภาพรวมของประเทศลดลงอย่างมาก โดยการใช้เชื้อเพลิง NGV นั้นลดลงกว่า 28.5% โดยบริษัทมีสัญญารับรองปริมาณขั้นต่ำอยู่ แต่ก็จะต้องปรับแผนการทำงานให้สอดคล้องกับปริมาณการบรรจุก๊าซที่ลดลงตามความต้องการใช้งานเชื้อเพลิงที่ลดลงจากสภาวะเศรษฐกิจ ทั้งด้านการจัดวางบุคลากรในการทำงาน การวางแผนงานด้านการซ่อมบำรุงเพื่อให้ยังคงไว้ซึ่งความสามารถในการทำกำไรของธุรกิจ

ในส่วนของปี 2564 บริษัทจะเดินหน้าทำตามแผนธุรกิจของบริษัท คือ การเดินสู่รายได้ระดับพันล้านบาทต่อปี โดยลงทุนในธุรกิจพลังงานที่เกี่ยวข้อง หรือลงทุนในธุรกิจไฟฟ้าพลังงานทดแทนไม่ต่ำกว่า 30 เมกะวัตต์ ภายในปี 2565 ซึ่งในปี 2564 นี้ บริษัทก็หวังว่าจะสามารถบรรลุเป้าหมายได้จากโอกาสทั้งของนโยบายภาครัฐ และความต้องการพลังงานจากภาคเอกชน ซึ่งในส่วนโอกาสจากภาครัฐนั้น คือ นโยบายการเปิดประมูลรับซื้อไฟฟ้าโครงการโรงไฟฟ้าชุมชนซึ่งมีแผนจะรับซื้อไฟฟ้าที่ผลิตจากชีวมวลจำนวน 75 เมกะวัตต์ และรับซื้อไฟฟ้าที่ผลิตจากชีวภาพจำนวน 75 เมกะวัตต์ จากทั่วประเทศ โดยจะมีการประมูลในช่วงเดือนมิถุนายน 2554 ที่จะถึงนี้ และในส่วนของภาคเอกชน อุตสาหกรรมที่มีส่วนของค่าไฟฟ้าเป็นต้นทุนเริ่มให้ความสนใจในการลดต้นทุนส่วนนี้ จึงเป็นโอกาสให้บริษัทได้มีโอกาสนำเสนองานเป็นผู้ลงทุนติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ให้ภาคเอกชนเหล่านั้น ซึ่งปัจจุบันได้เริ่มมีการตอบรับให้บริษัทได้เข้าลงทุนบ้างแล้ว โดยโมเดลธุรกิจนี้ของบริษัทมีทั้งรับจ้างออกแบบและติดตั้ง รวมถึงลงทุนระบบผลิตไฟฟ้าให้และเรียกเก็บตามหน่วยการใช้ไฟฟ้าจริงในราคาที่มีส่วนลดนอกจากนี้ยังมีกลุ่มหน่วยงานภาครัฐที่เล็งเห็นถึงประโยชน์ของการใช้งานระบบผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ที่จะสามารถช่วยประหยัดงบประมาณของภาครัฐได้ในระยะยาว และภาคครัวเรือนที่ความนิยมติดตั้งเพิ่มสูงอย่างต่อเนื่อง

ท้ายที่สุดนี้ ในนามของคณะกรรมการบริหารขอขอบคุณลูกค้า ผู้ถือหุ้น พันธมิตรทางธุรกิจ และผู้มีอุปการะคุณทุกภาคส่วนที่ได้ร่วมมือติดตามของเรามาโดยตลอด สิ่งที่พวกเรายึดมั่นในการบริหารจัดการธุรกิจ คือการทำงานด้วยความมุ่งมั่นมีเป้าหมายชัดเจนด้วยธรรมาภิบาล และผลประโยชน์ของ Stakeholder ด้วยผลงานของเราในระยะเวลา 4 ปี ถึงแม้จะพบกับอุปสรรค์ขนาดใหญ่นานัปการ เราก็สามารถผ่านพ้นมาได้และกำลังมีทิศทางที่ดี จากนี้ไปน่าจะเห็นโอกาสของ SKE ที่จะบรรลุเป้าหมายที่ดีครับ ลองติดตามพวกเราต่อไปนะครับ

ขอบพระคุณครับ

 

 

นายชัชชัย สุเมธโชติเมธา
ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร